หลังจากฮานิบิ จบลง ฉันก็กลับมามีชิวิตปกติ คร่ำเคร่งกับการเรียน เพื่อที่จะได้ลบคำสบประมาณของตาอาจารย์ตัวแสบ และด้วยโชคดีของที่มีอาจารย์ผู้หญิงอีกคนชื่อ มัสซึมูระ เข้ามาเธอเป็นเหมือน อาจารย์ติวพิเศษสำหรับการทำข้อสอบโดยเฉพาะ ฉันเอาข้อสอบทุกปีที่ทำมามาวิเคราะห์ ว่าทำไมถึงผิด ทุกไวยากรณ์ ทุกตัวคันจิที่ทำผิด แล้วการฟังเทป ทุกปี ในข้อที่ผิดและไม่เข้าใจก็ฟังซ้ำจนกว่าจะเข้าใจ อาจารย์พ่อ(นากางาว่า) บอกฉันว่า ถ้าอย่างไรอยากให้ได้คะแนน 90 % ขึ้นไป ในเมื่อตั้งใจเรียนและเรียนมาขนาดนี้แล้ว บ้าไปแล้วรึไง แค่ 85 ก็มากอยู่แล้วอาจารย์อยากให้ฉันได้คะแนน 90 ขึ้นไป หนักอึ๊งไปกว่าเดิม

จริงอยู่ การสอบระดับสามถ้ามองจากผู้ที่ระดับสูงๆ แล้วอาจง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก แต่สำหรับฉันที่เรียนไปเล่นไปและมา ขยันตอนปลาย แล้วจะให้ได้คะแนน ขนาดนั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ฉันเอาเป็นเอาตายกับเกณฑ์มาตราฐานใหม่ที่ถูกกำหนดขึ้น เวลาเข้าแผนกก็พูดน้อยลง ทำข้อสอบวิเคราะห์ อ่านหนังสือ คุยกับคุณยามา บอกถึงเกณฑ์ คะแนนที่ ศูนย์ต้องการให้ฉันทำได้

แต่ตาประสาทนี่กลับบอกว่ามีงานมาให้ทำ งานนี้มีกำหนดส่งอีกสามวันข้างหน้า หัวข้อคือ เรื่องไปเที่ยวดิสนี่แลนด์ ให้ฉันวาดภาพตัวการ์ตูนที่ไป วาดภาพดิสนี่แลนด์ และ ฮาราจุกุ ไอ้นี่ท่าจะบ้า คนกำลังเครียดกับเรื่องเรียน ฉันปฏิเสธ เรื่องปัญญาอ่อน ไม่ทำ แต่ท้ายที่สุด ฉันก็ต้องทำเพราะมันบอกว่าเป็นงาน อืมไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ ฉันเริ่มวาดภาพระบายสิ่งที่อยู่ในหัวสมองพร้อมเขียนบทความเล่าเรื่องราวเป็นภาษาญี่ปุ่นใต้ภาพปัญญาอ่อนของฉัน และเมื่อเสร็จก็นำไปส่ง ตาอาจารย์ตัวแสบ แทนที่จะชื่นชนกลับหัวเราะในภาพที่ฉันวาด เขานั่งอ่านมันอย่างตั้งใจ และแก้ภาษาญี่ปุ่นที่ฉันเขียน ด้วยปากกาแดง และฉันได้ เอ + มา ดีใจจังเลยได้เอบวกด้วย ฉันยิ้ม ก่อนที่จะนึกขึ้นได้หว่ากูบ้ารึเปล่า ทำไมต้องมาดีใจที่ได้เอ + กับรูปบ้าๆนี่ ไอ้ตานี่ก็ประสาทแทนที่จะสอนงานกลับให้งานปัญญาอ่อน มาให้ทำ เพี้ยนรึเปล่า งง กับมันจริงๆ

ใกล้วันที่จะสอบขึ้นมาทุกทีทุกที ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้ไปสอบที่นาโกยา อาจราย์บอกให้เตรียมอาหารไปกินเอง ใช้เวลาสอบแทบทั้งวัน และมีพักทานอาหารด้วย ก็เลยต้องเตรียมตัวนิดนึ่ง พี่พี่ที่มาด้วยกันก็กลับไปหมดแล้ว มีรุ่นใหม่ที่มาจากโคราช และ ที่มาจากบริษัทของฉัน ทุกคนเพิ่งมาใหม่ต่งกระตื้อรื้อร้นที่จะทำสิ่งต่างๆ ที่ ฉันเคยอยากทำมาแล้ว และ ฉันก็เป็นรู่นพี่คนเดียวที่ เป็นที่น่าเชื่อถือสูงในตอนที่เจอ (ครั้งแรกเท่านั้น หลังจากไม่กี่ ชม ผ่านไปทุกคนเริ่มรู้ ธาตุแท้ของฉัน ว่าสติกไม่ค่อยดี อุอุอุ ยังไม่ทันข้ามวัน )

ฉันบอกกับทัสว่าฉันจะไปสอบที่นาโกย่า ทัสอยากไปด้วยแต่อาจารย์ที่ศูนย์ดูแล้วไม่เหมาะที่จะมีญี่ปุ่นที่ไม่ใช่พนักงานฝึกงาน ไปด้วย เราเดินทางไปด้วยรถบัสที่เช่ามาคัน ค่อนข้างใหญ่ อาจารย์พ่อ พาพนักงานที่ฝึกงานไปด้วยเนื่องจาก ต้องหารค่ารถกันไม่งั้นนั่งรถไฟไปแพงกว่าเดิม ทัสตื่นแต่ตี 4 ลุกขึ้นมาทำข้าวกล่องให้ฉัน ข้าวกล่องค่อนข้างใหญ่ผูกผ้าห่อปิ่นโตอย่างดี นี่ชั้นมัเพื่อนเป็นผู้ชายรึเปล่าเนี่ย

ทุกคนขึ้นรถออกจากหอพัก ชั้นใส่กางกนยีนส์ขาเดฟ เป็นผ้ายืด เล็กๆ เสื้อเชิ๊ตแขนยาว สีม่วงดำ มีลายดอกไม้โบราณ สีเขียว เข้มม่วง ดำ สลับไปมา ผมยาวกลางหลังแล้ว ยาวเร็วมากๆ ก่อนมาตัดไปรอบนึ่งแล้วเพราะได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นตัดผมแพงมาก ฉันฟิตทำข้อสอบมาอย่างเต็มที่ความรู้ที่อัดแน่น ในสมองอันน้อยนิด เตรียมพร้อมแล้วสำหรับการทดสอบด้านแรก ที่จะเกิดขึ้น นั่งรถบัสผ่านถนนหลายสาย ขึ้นทางด่วนแล้วทางด่วนเหล่า และแล้วฉันก็มาถึงที่สนานสอบ ที่ฉันไปสอบ ฉันถูกปล่อยลงหน้าโรงเรียน คนเดียว ในขณะที่เพื่อนๆ คนอื่นกำลังจะไปเที่ยวต่อในนาโกย่า ลงมาจากรถบัส ทุกคนบอกฉันให้สู้เต็มที่ 頑張ってねええ。。。 応援していますよ。。。ฉันลงรถมา คนที่เดินทางมาสอบ ทะยอยเดินเข้า มาฉันลงหน้าโรงเรียนแห่งนี้ และพร้อมที่จะเข้าสอบแล้ว (รึเปล่า)

ฉันตื่นเต้นเล็กๆ ที่ห้องหาห้องสอบโดยลำพัง เดินเข้ามาผ่านมีคนเดินมาพร้อมกับชั้นหลายคนส่วนใหญ่มากันเป็นกลุ่ม ฉันมองรอบๆ เพื่อหาบอรด์ห้องสอบ ฉันมีเครื่องราง ตัวน้อยที่คนขับรถบัสให้มา เป้นตัวเล็กกว่านิ้วก้อย สีแดงสวมเสื้อสีดำ และมีหมวก ที่หน้าอก มีคันจิที่แปลว่า โชคดี ฉันมัดเครื่องรางเข้ากับกระดุมเสื้อเชิ๊ต และเดินเข้าไปใต้ตึกเรียนที่ มีคนมุ่งหาก้องสอบกันอยู่ ก่อนฉันต้องเดินไปเข้าแถวเพื่อเช็คชื่อและเช็คห้องสอบ มองไปรอบๆ มีคนเยอะมากที่มาสอบแต่ละระดับ มีแทบทุกชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และฝรั่ง ยังไม่เจอคนไทยด้วยกันเลย ถ้าเจอจะเมาท์ภาษาไทยซะหน่อย มีหลายชาติจริงๆ เสียงสำเหนี่ยงภาษาหลาหลายที่กะทบประสาทหู ทำให้ฉันเริ่มมึน ต้องรีบออกจากแหล่งชุมชนแห่งนี้โดยไวที่สุดก่อนที่ ประสาทหูที่ฝึกมาเพื่อการฟังจะ เพี้ยนไป

ฉันเช็คชื่อเสร็จก็เดินหลบออกมากดกาแฟ ไม่มีกาแฟที่ไหน รสชาติดีเท่าญี่ปุ่นอีกแล้ว กินกาแฟเสร็จแล้ว ก็เดินขึ้นตึกไปหาห้องสอบบรรยากาศ ค่อนข้างยุ่งเหยิง ฉันเดินขึ้นตึกไปหาห้องสอบ และแล้วฉันก็เจอห้องเรียนบรรยายขนาดใหญ่ มีคนจับกลุ่มคุยกัน โต๊ะที่ใช้สอบเป็นโต๊ะยาวไม้ที่ยึดติดกับพื้นห้อง มีเก้าอี้โต๊ะ ละประมาณ 5- 6ตัว ตัวเก้าอี้ก็ยึดติดกับพื้นห้องเช่นกัน ระดับโต๊ะไล่เรียน จากต่ำไปสูง มีระดับห่างกันเล็กน้อย  ฉันนั่งประจำที่ที่สอบ รออาจารย์มาเช็คชื่อ ที่นี่ให้นั่งโต๊ะละ 2 คน ฉันเป็นคนริมด้านขาวมือสุด คนถัดมาข้างในเป็นคนจีนก่อนเริ่มสอบเราคุยกัน และแลกอีเมล์กัน เค้าอยู่ที่ญี่ปุ่น มา3 ปีแล้วเพิ่มมาสอบระดับ 3 ฉันอยู่มา 6 เดือนเราคุยกันสักพัก เราก็ถึงเวลาเริ่มสอบ สอบพาท์แรกเป็นคันจิ เราเขียนชื่อและฝนรหัสต่างๆ ลงไปในข้อสอบและใบฝนที่แจกมาให้

และแล้วเวลาเริ่มสอบก็ดังขึ้น ฉันเปิดกระดาษคำตอบขึ้นมาและเริ่มทำ ฉันใช้ความพยายามในการทำข้อสอบอย่างพิทีพิถันทุกข้อโดยละเอียด และด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้มีเวลาได้ทบทวนสิ่งที่ทำไปอีกครั้ง ทำไปจนเกือบเสร็จ พาท์สุดท้าย เหลือบไปเห็นคนข้างๆ คนที่จีนที่นั่งข้างๆ ทำเสร็จแล้ว อาจเพราะตัวคันจิที่เหมือนกัน กับภาษาจีนเลยทำให้เขาเข้าใจได้ง่ายกว่ามันคงง่ายสำหรับเขา ฉันทำเสร็จแลพเหลือเวลาอีกเล็กน้อยให้นั่งทบทวน ข้อที่ผิดและบ้างข้อที่ ขีดไว้สอง ข้อเพื่อเลือกให้เหลือเพียงข้อเดียว ฉันตรวจทานเสร็จพร้อมเสียงหมดเวลาดังขึ้น

หมดไปหนึ่งเปราะ มีเวลาให้พักเพียงเล็กน้อยก็เริ่มสอบการฟังเทป เสียงทดสอบเทปดังขึ้น เพื่อทดสอบว่าทุกคนได้ยินชัดเจนหรือไม่ ฉันใช้สมาธิในการทำข้อสอบอย่างมาก แต่ผ่านไปประมาณทาง ไอ้ตาคนจีน ส่งซิกให้ฉันให้เขาลอก นรก แล้ว ทำไมต้องเป็นเวลาฟังเทปนี่ด้วยตาบ้านี่ ชุนกึ๊ก ไม่ให้ลอกก็ปายางลบมาซะงั้นช่างกล้า เอา จะฟังไม่รู้เรื่องเอา เป็นให้เลยเชินแล้วไม่ได้โยนมาอีก เสียสมาธิอย่างแรง

จบฟังเทป ก็มีการพักเบรคเพื่อกินอาหารกลางวัน ทุกคนค่อยๆ ทะยอยเดินจากห้อง ฉันหยิบเป้สะพายหลังขึ้นมาจัดการเอาปิ่นโตที่ทัสทำมาให้ เตรียมแกะ โซยกันในห้องสอบนี่แหละ และก็ต้องชะงักที่ได้ยินเสียงภาษาไทยมาจากหน้าห้อง ฉันมองไปหน้าห้องและตามหาเสียงด้วยความดีใจมีคนไทยอยู่มที่นี่ด้วย ขาพล่างอยากเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องสะดุด เมื่อได้ยินเสียงพูดขึ้นว่า โอ้ยข้อสอบง่ายชิบหาย กูคงได้เต็ม อีกคน พูดขึ้นอีกว่า แม่งหมูมาก ประมาณว่ากระจอก ผู้หญิงไทย 3-4 คนยืนจับกลุ่มคุยถึงการสอบที่ผ่านมา โคตรง่ายหมูสุด เนื้อหาประมาณนี้ล้วนๆ นั่งซินอยู่เฉยๆดีกว่า เข้าไปก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไร

ฉันถอนหายใจเล็กๆ และก็เปิดปิ่นโตทัสจัง ออกมาแล้วก็ต้อง อึ๊ง ซึ้งใจ ปิ่นโตมีข้าวปั้น โอนิงิริ 4 ก้อนใหญ่ ข้างในนั้นมีใส่ และมีกับข้าวอยู่ด้านข้าง ในปิ่นโตมีผักผลไม้ ช่างเป็นปิ่นโตที่ น่ารักจริงๆ ซึ๊งใจจริงๆ ฉันกินทุกอย่างจนเรียบ เมื่อกินอิ่ม ก็ต้องต่อด้วยบุหรี่ สักหนึ่งตัวเดินออกมาหาที่เขี่ยบุหรี่ เจออยู่ตรงระเบียง ฉันยืนดูบี่หรี่พริ้ม มีผู้หญิงคนนึ่งยืนข้างๆ ฉัน เธอเป็นชาวบาลซิลอยู่ที่ ญี่ปุ่นมา 10ปี แล้วมาสอบ ภาษาญี่ปุ่น สอบมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ผ่านเจอ เซียนเข้าให้มาสอบระดับ 1 เลย โว้ยเก่งจัง เธอแต่งงานกับคนญี่ปุ่น และก็ใช้ชีวิตเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นมานานแต่ไม่ค่อยได้เรียนภาษา ญี่ปุ่นจริงๆ จังสักที สำเนียงที่เธอพูด เหมือนคนญี่ปุ่นมากๆ สงสัยต้องเป็นแม่บ้านให้คนญี่ปุ่นเนอะถึงจะพูดได้อย่างเธอ กำลังจะแอาปากของ อีเมล์เสียงอ๊อดก็ดังขึ้นพอดี あああ いかなきゃいけないんだ。。。ต้องรีบไปแล้วเดี๋ยวไม่ทัน ไม่ได้ร่ำลาเธอเลย

ฉันเข้าสอบคาบสาม อ่านเอาเรื่องและไวยากรณ์ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ฉันเดินลงจากห้องสอบด้วยท่าที สบายๆ และเดินไปรอบๆ โรงเรียน เหมือนในหนังเลย เก้าอี้ไม้ยาวๆ เรียงห่างๆ กัน อยู่ที่สนามหญ้า เตียน สีเขียวเหลือสด

ทำข้อสอบเสร็จแล้วพวกเพื่อนๆคงกำลังเที่ยวในนาโกย่ากันอยู่ฉันเลยเดินลึกเข้าไปในตัวโรงเรียนอีก เข้าไปในสวนคล้ายๆ พิพิถพันธ์ เหมือนหนังเรื่องจุลสิคปราค์ เลย ฉันเดินวนรอบๆหาทางที่จะเข้าไป และเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อาจายร์พ่อ มารออยู่ที่หน้าโรงเรียนอยู่พักใหญ่แล้ว ที่น่าโกย่าไม่ค่อยมีอะไรหน้าเที่ยว เท่าไหร่ เพื่อนๆ บอกฉัน แต่ฉันยังไม่เคยได้เดินเที่ยวในน่าโกย่าเลยสักครั้ง

 

Comment

Comment:

Tweet

NPdhdk <a href="http://vcpusxkebawf.com/">vcpusxkebawf</a>, [url=http://ljvzqexdybsa.com/]ljvzqexdybsa[/url], [link=http://jjtlnzkivjpb.com/]jjtlnzkivjpb[/link], http://mwcldhgmbaig.com/

#2 By jheqnpaaw (91.121.48.217) on 2010-10-07 16:13

3WJSII <a href="http://cuusaalsdqef.com/">cuusaalsdqef</a>, [url=http://hsrlhovcerac.com/]hsrlhovcerac[/url], [link=http://bnyugraxyzlv.com/]bnyugraxyzlv[/link], http://rmmblpizepem.com/

#1 By sediurbxyl (121.80.188.133) on 2010-10-07 16:12