เช้าวันที่สองตื่นขึ้นมาเนื่องจากต้องเช็คเอาท์ ออกจากโรงแรม ฉันกับพี่ดา แต่งตัวเสร็จอาบน้ำเรียบร้อย เก็บของอย่างรวดเร็วเพราะเราต้องเดินทางไป ฮ่าราจุกุกันตาม S'due ที่ว่างไว้ ส่วนทัส นอนอีกห้องคนละชั้นเลย เหมือนโรงแรมแยกหญิงชายยังไงไม่รู้ เอิ๊กๆ ปลอดภัยชัวร์ เก็บของเรียบร้อย ยังไม่ลงจากห้องขอ เก็บภาพความประทับใจ ไว้ในกล้องกันสักนิด โดยไม่มีคุยทัส 555 +++

หันไปมองที่ห้องอีกครั้ง ห้องที่เมื่อคืนดูหรูหรา ผ้าห่มพื้นใหญ่สีขาวหนานุ่นบัดนี้ได้กลับกลายเป็นสีเทาอ่อนในเวลาข้ามคืน สิ่งข้าวของเครื่องใช้แม้จะเก็บไว้ในเป้เรียบร้อยแล้วก็ตามแต่เปลือกขนม ขยะที่เก็บมาจากเมื่อวาน ไดร์เป่าผมของทีโรงแรม สายระโยงระยา ทำให้ห้องที่ดูเรียบหรูกลับกล้ายเป็น ยุ่งเหยิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ (รูปถ่ายไว้แต่อัพไม่เป็นอะ มัน error ขึ้นมา สงสัยใหญ่เกินไป ทำไงดี แนะนำหน่อยจิ) เสียดายอย่างนึ่งที่โรงแรมไม่มี お風呂(OFURO)ห้องอาบน้ำแบบ ญี่ปุน อยากไป 温泉(ONSEN)น้ำพุร้อน ที่อาบน้ำของญี่ปุ่น อยากลองมาก เด้วต้องลองสักครั้งเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิดที่มาญี่ปุ่น

ฉันกับพี่ดาเดินลงมาจากทางบันใดหอบสัมภาระ ทั้งเป้และของที่ซื้อมาเมื่อวาน ลงบันไดมาอย่างทุลักทุเล เห็นทัสรออยู่ที่ Lobby เรารีบ check  out ออกจากโรงแรมทันที และเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางไปฮาราจุกุ  

S'due เดิมว่าจะไป อะสะคุสะ ก่อนที่จะไปฮาราจุกุ แต่ดูท่าผู้นำญี่ปุ่นของเราจะไม่ได้เรื่องเสียแล้ว หากไป อะสะคุสะ กุด้วยคงนั่งรถกลับ ฟุกุยไม่ทันตอนค่ำแน่ๆ อะสะคุสะ เอาไว้ก่อน ไปฮาราจุกุแห่งรวมวัยรุ่นดีกว่า คงจะมีอะไรน่าสนใจกว่าเป็นแน่

ทัสเริ่มทำพิษตั้งแต่ก้าวเเรกที่เดินออกจากโรงแรม เริ่มสับสนไม่รู้ว่าไปทางไหนดีเอากับมันดิ ข้างหน้าโรงแรมมีทางลงไปรถไฟใต้ดินพอดี ก็เลยเดินลงไปทางรถไฟใต้ดินกว้างมากเหมือนที่กรุงเทพแหละ แต่กว้างกว่ายิ่งมีแต่ตัวหนังสือคันจิ จะไปทางไหนถ้าอ่านคันจิตัวไหนไม่ออกต้องถามคนที่ผ่านไปผ่านมาอย่างเดียวเพราะ ทัส ก็ดูเหมือนจะอ่านไม่ออกเหมือนกัน กำ ชัดๆ มองหน้าทัสแล้วยิ่งดเหนื่อยใจอย่าไปมองมันเลยดีกว่าให้มันเป็นอากาศไป เดินลงไปทางเข้ารถไฟใต้ดินชั้นแรก ก็กว่าพออยู้แล้วเดินเข้าไปอีก ไปกันใหญ่เลยใหญ่มากต้องไปถามพนักงานที่นั่งตรงที่ทางเข้าถามทางไป และไปมองแผงวงจรไฟ(สายรถไฟ) มึนมากแต่เราต้องไปให้ได้ เทื่อเจอคันจิตัวที่เราต้องการแล้ว เราก็ดูตามสีสายที่เราจะไป แต่ขอบอกยุ่งเหยิงมากมีเกือบทุกสีผันพัวกันต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการจะมองสายรถไฟ และแล้วเราก็ซื้อตั่วและ เข้าไปรอรถไฟขนาดที่รออยู่มีรถไฟที่ไม่ใช่สายที่เราต้องขึ้นผ่านมาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแรงลม มาจากไหนแรงมาก เกือบปลิวตามลมไปด้วยเลยที่เดียว

ต่อรถไฟมาประมาณ 2-3  สาย ก็มาโผล่หน้าฮาราจุกุ ถนนสายเล็ก ๆ แต่ร้านค้าหนาแน่น มีห้างสรรพสินค้าใหญ่รายล้อม มาถึงที่นี่ประมาณ 9โมง แต่ก็มีผู้คนเดินฝักไฝกันแล้ว ฉันถามทัสว่าเราจะเอากระเป๋าไปฝากที่ไหนก่อนดี เพราะ ฉันกะพี่ดาคงจะเดินถือสัมภาระไปด้วยไม่ไหวเป็นแน่ ถามพล่างมองหน้าไป คำตอบที่ได้คือ Ano..... eto...... เอาเถอะทัสไม่ต้อบตอบแล้วเด้วหากานเองดีกว่า อะโนน เอโตต  คือว่าอย่างนู้นอย่างนี้ พอ พอดี ไม่ต้องเดินกันพอดี  และแล้วก่อนที่จะหาล๊อคเกอร์ฝากกระเป๋า เราต้องหาที่กินข้าวก่อนดีกว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง มองดูในกระเป๋าเงินก็ร่อยหลอลงทุกที เงินที่เอามา 7มัง (2หมื่นกว่าบาท)ก็ เหลือน้อยลงแล้วกินของแพงคงไม่ดี เดินผ่านหน้าร้านราเมนหรูมานเจอร้านประจำ ถูกแต่โคตรอร่ย โยชิโนยะ......+++ดีใจมาก เรา

ทัสและพี่ดา เดินเข้าไปในร้าน โยชิโนยะ ที่ฮาราจุกุ ร้านค่อนข้างขับแคบอยู่ใต้ตึกเล็กๆ ที่มีสามสี่ชั้น ร้านโยชิโนยะอยู่ข้างล่าง แต่ร้านแคบมากเราเลยนั่งที่เคาเตอร์ ทัสเริ่มถามพนักงานถึงที่ฝากของ ได้ความว่าล๊อคเกอร์ที่ฝากของอยู่ชั้นด้านฟ้าข้างบนตึกนี้เอง ฉันกินพลางมองบรรยากาศรอบตัวตึกนี้ค่อนข้างโทรมร้านค่อนเก่า มีกลิ่นอายของความเก่าแก่ อบอวนอยู่ ฉันกับพี่ดาชวนกันไปแต่งหน้าทาครีมและเข้าห้องน้ำนิดหนึ่งก่อนที่จะไปฝากของแล้วไป เดินตะลุยฮาราจุกุกัน บอกให้ทัสรอ ที่ร้านก่อนเราเดินออกทางหลังร้านไปทางขึ้นตึก เมื่อทะลุร้านข้างหลังไปแล้วมีบันไดขึ้นไปข้างบน ตึกสีขาวพนังออกแบบให้ขรุขระไม่เรียบไม่ให่นัก ตรงกลางโปร่ง เป็นวงกลมว่างเพื่อเป็นที่ขายของ และสามารถมองทะลุเห็นท้องฟ้าได้ พื้นสีน้ำตาลอิฐมองขึ้นไปข้างบนตึกมีร้านค้า ขายชึดครอสเพลย์ หลายร้าน บ้างร้านปิด กึ่งเป็นตึกร้าง เดินขึ้นไปข้างบน ดูร้านต่างที่เปิด แต่ละร้านเมื่อมองเขาไปข้างในจะเห็นชุดแปลกๆ ที่เมื่อ 4ปี ที่แล้วคงไม่สามารถใส่ที่เมืองไทยได้ ชุดสีดำ สีแดง มีลวดลายและ เครื่องประดับคล้ายกับหลุดออกมาจากการ์ตูนจิงๆ เมื่อส่วมใส่แล้วจะมีความรู้สึกอย่างไรกันนะ อยากจะลองใส่ดูบ้างสักครั้งแต่อายุคงไม่อำนวยสักเท่าไหร่ นะ เมื่อเดินขึนไปข้างบนมีร้านตัดผม ที่จัดร้านไสตล์ขาวโปร่งแสงทั้งร้านช่างน่าเข้าไปตัดอย่างแรงแต่ทว่า ราคา ไม่น่าเข้าสักเท่าไหร่นัก 6000-10000 เยน หล่อนเลย Pass ไปก่อนดีกว่า เดินขึ้นไปชั้น 3 ทางไปห้องน้ำค่อนข้างน่ากลัวเหมือนในฆาตรกรรมของญี่ปุ่น ที่ ลึกลับเล็กๆ พี่ดาปวดฉี่มากเลยเดินเข้าไปข้างในห้องน้ำก่อน ฉันกำลังสักเกตุรอบๆ มองลงไปข้างล่างที่เป็นที่ขายของเด็กวัยรุ่นเริ่มทะยอยกันเดินไปมา ระหว่างที่ปล่อยอารมณ์มองสิ่งรอบกาย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด เสียงพี่ดาดังขึ้นและวิ่งออกมาจากห้องน้ำ ด้วยความตกใจ พี่ดาเรียกฉัน ซิน ในห้องน้ำ มีคน ก็ต้องมีคนดิพี่ดา ทำไมอะ มีคนทำอะไรอยู่ไม่รู้น่ากลัวมาก อืม เริ่มเหวอ แล้ว ใครทำอะไรน่ากลัวมากวะ ฉันเลยเดินย่องเข้าไปดู น่าตกใจเหมือนกันฉันตกใจเล็กน้อย ที่เจอ ตัวการ์ตูนผี ที่หน้ามีแผลเวอะ เลือดไหลที่ตา ใส่ชุดจีนแขนกุด สีดำยาวผมปิดหน้าปิดตา ที่ข้อมือ มีโบสีดำยาวถึงขา รองเท้าหนังคล้ายกับจะกไปทำการต่อสู้ยังไงอย่างนั้น และอีกคนเป็นคนผมทองใส่หมวกสีขาวมีดอกไม้สีชมพู ที่หมวกใส่เสื้อเชิ้ต สีดำผูกโบที่คอสีแดง โบใหญ่มากแทบจะปิดเสื้อมิด ที่หน้าของเค้ามีรอบฝกช้ำดำเขียว ขอบตาสีดำเทา ทั้งสองคนกำลังแต่งหน้าเพื่อให้ดูเป็นศพกันอยู่ อืม อยากเป็นศพกันเยี่ยม จริงๆ เลยขอกดชัตเตอร์ไว้เป็นที่ระลึกซะ แต่พี่ดา ก็ยังไม่เลิกกลัว ค่อยๆ เดินหลบไปเข้าห้องน้ำ 

พอกลับมาที่ร้านก็ พากันเอาของไปเก็บที่ชั้น 4 ด่านฟ้า คล้ายๆ หนังเรื่องอีกา เลย ที่ด่านฟ้าค่อนข้างสกปรก รก และแลร้างๆ ถ้าให้ขึ้นไปคนเดียวอาจโดนข่มขืนได้ ประมาณ นั้นแต่ล๊อคเกอร์กว้างมาก ล๊อคเกอร์เดียวสามารถเก็บสัมภาระทุกคนได้ เยี่ยมเลย และเมื่อเราเก็บของเสร็จก็เริ่มเดินตั้งแต่ต้นซอย ในซอยมีคนเยอะมากแต่ตัวกันแปลกๆ ต่างๆ นานา คนต่างชาติก็มี แล้วดันไปเจอเพื่อนสมัยเรียนเข้าให้อีกมานบอกมานมาเที่ยว ที่ต้นซอยมีร้านขายของกระจุกกระจิก ประเภทเชือกผู้รองเท้า ที่ติดผม เสื้อผ้าแนวกิ๊บเก๋ จนไปถึง ชุดนักร้อง และ คลอสเพลย์ น่าสนใจมาก แต่ขอผ่านดีกว่า อุอุอุ ดูไปแล้วก็คล้ายๆ สยามบ้านเรานะแหละ แต่ ไฮกว่า และร้านน่ารักกว่ามาก

มีร้านขนมแซมเป็นระยะระยะ ร้านเครปน่ากินมาก และรสชาติอร่อยมากขอบอกสุดๆ เดินดูมาถึงกลางซอยก็ต้องผงัก อดปล่อยฮ่าไม่ได้ มีผู้ช่ายล่ำมาก ขาเหมือนนักฟุตบอล สูงประมาณ 175 ได้ละนะ หน้าแทนมากกก ใส่ชุดเมท สีชมพู่สั้นๆ เป็นผ้าร่ม ขาล่ำมากขอบอกใส่ที่คาดผม ลายดอกไม้สีชมพู่ รองเท้านักเรียนผู้หญิงคล้ายๆ บาทาบ้านเราถุงเท้าสีขาวยวาดึงขึ้นมาเกือบถึงหัวเขา อากาศดีมาก แต่ท่านถือร่มสีแดง อยากให้เห็นจริงถ้า อัพรูปได้เมื่อไรจะอัพให้ดู อุอุอุ เราพยายาม จะถ่ายตัวเองให้ติดคุณพี่ ชมพูคนนี้อยู่หลายใบ และก็สำเร็จจนได้ในที่สุด

คนที่เดินผ่านไปมานั้นมีชาวต่างชาติอยู่มากเหมือนกัน รวมถึงเด็กวัยรุ่นที่แต่งตัวแปลกๆ ก็เยอะ และแต่งตัวธรรมดามากๆ ก็มี บ้างเรียบแต่ดูเก๋ ว่าง่ายๆทุกคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง นั่นเอง

เดินมาเรื่อยๆ ร้านที่เรียงลายใกล้สินสุดเต็มที่ เราก็เจอสาวๆ ญี่ปุ่นใส่ชุด  ยูคาตะ สามคนเลยจับมาถ่ายรูปซะ ที่ญี่ปุ่นรักชาติมากบางครั้งจะนำชุดของชาติมาใส่เดินเที่ยว และไปไหนมาไหน ที่ไทยไม่เห็นมีใครใส่ชุดไทยไปเดินเล่นเลยเนอะ  สุดทางแล้วต้องข้ามถนนไปอีกฝังหนึ่ง ตึกนั้นค่อยข้างใหญ่ และมีดีไซล ที่เก๋ เป็นแบบแนวๆ Art หน่อย เดินเข้าไปฝนตึก มีอุปกรณ์ เสื้อผ้า แนว เสริฟ์ สเก๊ต xtream ตรึม เดินไปดู บิกินี่ หมวก กระโปรง รองเท้า อันนี้ไทยมะมีขายแน่ๆ อยากซื้อมากๆ แต่ มานแพง เลยต้องอดใจไว้เด้วไม่มีเงินใช้เดือนนี้ร้าว เดินเยื้องไปด้านข้าง ในห้างใหญ่ที่เยื้องออกไป ข้างทางมีร้านกาแฟ ป้ายหน้าร้ายเป็นกระจกแก้ว สี เขียวส้มเหลือง คลาสสิค อย่างแรง เดินไปห้างสรรพสินค้าอีกด้านนึ่ง  แต่ไม่ได้เข้าไปเนื่องจากว่าห้างดูหรูมาก เลยไม่กล้าแม้กระทั่งเดินไปข้างหน้าห้าง หรูมาก เลยได้แต่เดินมองอยู่รอบๆ และ ข้ามมาที่ห้างอีกฝังนึ่ง ห้างสรรพสินค้าเรียบหรู ผู้คนเดินกันขวักไขว แวะเข้าไปเข้าห้องน้ำ สักนิดนึ่งผ่านร้านเสื้อผ้าส่วนใหญ่สีโทนขาวดำ ดูเป็นผู้ใหญ่ อยู่ได้ไม่นานก็ต้องรีบเดินออกมาก อากาศข้างนอกห้างดีกว่าเป็นไหนๆ เดินเลาะออกมากทางข้างห้าง ถนนโล่งกว้างมีต้นไม้น้อยใหญ่เรียงราย ริมถนนมีร้าน กาแฟ น่ารัก สไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งดูมีกลิ่นอายตะวันตกเล็กๆ ร้านตัดผม หน้าร้านเป็นอิฐก้อนสีน้ำตาลเข้ม มีบันไดประมาณ ห้าขั้น หน้าร้านเป็นกระจกใส ข้างในร้านมีช่างทำผมใส่เอี่ยมสีดำ ทุกคนดูเป็นช่างที่มีฝีมือ เคยได้ยินมาว่า ช่างทำผมที่ญี่ปุ่นไม่มีฝีมือ จะอยู่อยาก อยากลองตัดผมที่ญี่ปุ่นดูสักครั้งอยู่อึ่งอยู่หน้าร้านอยู่นาน แต่คิดถึงเงินที่ต้องใช้อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ก็ต้องตัดใจเดินผ่านไป (やっぱりだめだなって思った。T-T)และ เดินผ่านมาอีกร้านเป็นร้านขายของกระจุกกระจิ๊ก มีสี่ชั้น เข้าไปหน้าร้านมีสาวๆญี่ปุ่นเลือกสร้อย ต่างหู ของแต่งตัวต่างๆ อยู่ไม่น้อย ราคาไม่แพงด้วยอิอิอ ต้องรีบเข้าไปดูสักหน่อย ฉันกับพี่ดาเดินเข้าไปเลือกบ้าง พลางมองสาวๆญี่ปุ่น ดูแล้วต่างจากที่ที่ฉันอยู่โดยสิ้นเชิง สาวญี่ปุ่นในเมืองกรุง น่ารักดีน๊า แต่ขาค่อนข้างใหญ่ กันทุกคน 大根足へへへへ ก็คงเพราะในวัยเรียนทุกคนมีจักรยานเป็นพาหนะ ละมั้ง 

เดินมาได้ซักพักก็ได้เวลาที่จะไปตลาดมือสองที่ได้ หาเว็ปไว้พอดีว่าอยู่ใกล้ฮาราจุกุ  แต่ดูแล้วคงไม่มีเวลาไปเดินหาสายรถไฟเสียแล้ว โปกแท๊กซี่ไปดีกว่า แท๊กซี่ที่ญี่ปุ่นไม่ใหม่เหมือนที่เมืองไทยเลย ค่อนข้างเก่าและคนขับมีมารยาทมาก แต่แพงมากเช่นกัน ฉันกับพี่ดาและทัสตัดสินใจเรียกแท๊กซี่เพื่อไปตลาดนัดมือสองที่จัดอยู่ที่ตึก จำชื่อไม่ได้ แต่อยู่ชั้น ที่สิบเอ็ด นั่งไปซักพัก ก็ถึงตึกที่ว่า เดินดูข้างล่างชั้น หนึ่ง มีร้านรองเท้าอยู่ มีรองเท้ากีฬาทุกยี่ห้อ ฉันเลยเลือกซื้อรองเท้าไปฝากคิวหนึ่งคู่ และ ซื้อรองเท้า อะดิแด๊ด ไปให้น้องชายที่รัก ด้วย และ เราก็ขึ้นลิฟไปชั้น สิบเอ๊ด เดินออกจากลิฟต์ ไป ทางซ้ายมีเคาเตอร์เก็บเงินที่ทางเข้าอยู่ เก็บทั้งคนที่มาซื้อของและมาขายของ เดินเข้าไปอีกนิด เห็น คนญี่ปุ่นมากมายที่มาเปิดร้านคล้ายๆ ร้านเปิดท้ายของไทย แต่ที่นี่เป็น ฮอลล์ และติดแอร์ ด้วยคนญี่ปุ่นนำข้าวของที่เหลือใช้และที่ไม่ต้องการแล้วมาขายในราคาถูก ฉันกับพี่ดาตื่นตาตื่นใจมากมาก เราค่อยๆ เดินเลือกหาของที่เราต้องการ และด้วยความราคาถูกเราจึง สามารถเลือกของได้อย่างสบายใจ ร้านส่วนใหญ่ จะเป็นเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว ของเล่นเด็ก กระเป๋า ของแปลกๆ รวมถึงเกมส์

เราเดินเล่นและซื้อของไปเยอะเหมือนกันเวลาอันแสนสุขใกล้จะหมดลงทุกที และเราต่างอ่อนล้า เราเดินออกมาแปนั่งร้านกาแฟ ที่เหมือนสตราบัค บ้านเรา นั่งพักกินเค้กและ ดื่มกาแฟ ฉันเดินออกไปดูดบุหรี่ด้านนอก ดูถนนนอกห้าง ก็ไม่ต่างอะไรจากกรุงเทพมากนัก เหลือเวลาอีกไม่นานเราก็ต้องเดินทางไปหน้าสถานีรถไฟเพื่อไปขึ้นรถบัส กลับฟุกุย เรานั่งแท๊กซี่มาลงที่ฮาราจุกุ อีกครั้งฟ้าเริ่มค่ำลงแล้ว ฮาราจุกุย้ามคำคืน ให้ความรู้สึกต่างจากกลางวัน ดูสวยกว่าและดูมีแสงสี นิ่มนวลกว่ากลางวันมาก แต่อย่างไรผู้คนก็พลุกพล่านไม่ต่างจากเดิม จริงๆแล้วเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ในความคิดของฉันคือ ความเป็นญี่ปุ่นในสถานที่แต่ละที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ฉันเริ่มหลงรักประเทศญี่ปุ่นขึ้นเรื่อยๆ จากที่ไม่เคยมีความสนใจให้ประเทศนี้เลย

เราเดินมาทางเดิมตรงสี่แยกที่มีห้างอยู่ตรงหัวมุมทางด้านตรงข้ามและหน้าห้างตอนกลางคืนจะมีร้านขาย ชุด ยูคาตะ ขาย อยากได้มานานแล้ว ที่ฟุกุย ก็มีมือสองขายตามร้านขายของมือสองแต่มันไม่สวย พี่ดาเดินเลือกอยู่สักพัก ฉันก็ต้องสะดุดกับ ตู้กระจกที่ มีหุ่น ใส่ชุด ยูคาตะ สีน้ำเงินเข้ม ที่คาดเอ้ว สีเหลืองส้ม มีลวดลายเส้นสี ขาวแดง  และดอกไม้ ดุไม่หวานมาก แบบญี่ปุ่น ที่ตัวชุดมีลายดอกไม้ไฟ สวยมากๆ คลาสสิคดี อยากได้ これ。。。欲しい!!! อยากได้ มาก ร้านนี้ทางเข้าอยู่ข้างๆด้านขาวมือของตู้กระจก ลงไปใต้ดิน บันไดเป็นไม้เดินลงไปสักพักจะเจอร้านภายในซึ่งใหญ่มากข้างในมียูคาตะมือสอง รวมถึงเสื้อผ้าเครื่องประดับต่างๆ จำนวนมาก  やっぱりこれがいいんだ。(>O<)แต่หลังจากที่เดินดูแล้ว อยากได้ที่อยู่ในตู้กระจก เลยขอให้พนักงานไปเอามาให้ลอง พรักงานหล่อมาขอบอก ตอนที่ลองชุด พนักงานเป็นคนผูกผ้าให้ อุอุอ แอบเหล่อยู่เล็กๆ น่ารักกกก แต่ราคาค่อนข้างสูง ขนาดมือสอง อยู่ที่  5千 ทำไงได้อยากได้นี่หว่า ต่อเค้าเหลือ 4500 เยน ซื้อละนะ แล้วก็เดินออกมาด้วยความสบายใจ อย่างน้อย เราก็ได้ชุดนี้กลับเมืองไทยละหว่า เดินข้ามถนนกลับมาอีกฝั่ง ฝั่งนี้ก็มีชุดยูคาตะมือสองขายเหมือนกัน แต่เป็นแบบแบบกะดินค่อนขางถูก ไม่ถึง พันเยน เลย ตัดสินใจโทรกลับหอพัก ถ้าพี่พี่ มีใครอยากได้บ้าง เลือกซื้อ ไปฝากกัน จัดไป ฮาราจุกุตอนกลางคืน ร้านเครป น่ากินมากเนื่องจากไฟหน้าร้านทำให้ดูเป็นร้านที่น่ารักเหมือนร้านขนมปังในการ์ตูน ทางเดินที่จะกลับมาขึ้นรถไฟ ถนนที่เดินลงมาตอนกลางวันตอนนี้ มีไฟหน้าร้านน้อยใหญ่ บ้างร้านตอนกลางวันดูแล้วธรรมดา แต่ไฟ สลัวในตอนกลางคืนกลางเป็นร้านนั่งกินที่ชวนค้นหามากเลยที่เดียว ถนนที่ขฃยาวพอสมควรนี้ บ้างร้านปิด ไปแล้ว ส่วนมากร้านเสื้อผ้าจะปิดเร็วกว่า มองไปถนนเส้นยาว เด็กวัยรุ่นนั่งตามหน้าร้านบ้าง เดินเที่ยวบ้างไม่ต่างจากในละครญี่ปุ่นซักเท่าไหร่ อยากจะอยู่ให้นานกว่านี้  แต่เวลาไม่เอื้ออำนวย อย่างน้อยขอแวะกินเครฟที่ฮาราจุกุสั่งลาสักหน่อยแล้วกัน ร้านเครฟยังมีคนต่อแถสอยู่เลยขนาดค่ำแล้ว ฉันสั่งสตอเบอรรี่ กับกล้วยหอม พี่ดาสั่งกล้วยช๊อคโกแล๊ต ระหว่างรอเครฟ เราก็เก็บภาพบรรยากาศไว้ในความทรงจำ เราเดินกินเครฟพร้อมเดินไปเอาสัมภาระออกจากล๊อคเกอร์บนด่านฟ้า ตอนกลางคืนหน้ากลัวกว่าตอนกลางวันเยอะเลย พวกเรารีบเอาของเสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟ เพื่อไปสถานีรถไฟโตเกียว เพื่อไปขึ้นรถบัสข้างหน้าสถานี เรานั่งบนรถไฟด้วยท่าทีอิดรอยอย่างแรง ใกล้ถึงสถานีโตเกียวแล้วก็เตรียมตัวหอบข้าวของที่เพิ่มจากเดิมมา คนละ กระเป๋า สองใบ ฉันกับพี่ดาเดินมาถึงก็อดที่จะซื้อของฝากไม่ได้ รถไฟใต้ดิน มีกี่ชั้นไม่แน่ใจแต่ชั้นที่ฉันลงรถไฟมาตลอดทางมีร้านค้าเล็กๆ  ขายขนมเป็นกล่อง กล่องแบบสี่เหลี่ยมพื้นผ้า มีขนมของแต่ละจังหวัง รวมถึงขนมรูปตัวการ์ตูนต่างๆ 凄い!!!สุดยอดเลย ด้วยเวลาที่ไม่พอเพียงทำให้เราต้องรีบเหลือซื้อของฝาก กันขนมมากมาย ที่แบ่งแยกชนิดชัดเจน เรียงอยู่ในกล่องที่ทำขึ้นอย่างพิถีพิถันและมีความเป็นเอกลัษณ์ประจำชาติ อยู่ลึกๆ ต้องรีบ แล้ว ทัสเริ่มบ่น อะไรเนี่ยเวลาไม่เหลือแล้ว เรารีบดูไป วิ่งไป ร้านขนมสองด้านทางค่อนข้างยาว อยากเดิน ดูมากว่านี้ แต่ต้องตัดใจ วิ่งไปรอรถเพราะทัสก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกไปด้านหน้าทางไหน วิ่งไปถามไปจนเจอทางออก คนเยอะมากที่มารอรถหน้าสถานีรถไฟโตเกียว ฉันพี่ดา ทัส ไม่ไหวกัน แล้ว ว่างของลงหน้าร้านที่ปิดประตูเหล็กเรียบร้อยแล้ว และนั่งอย่างหมดอะไรตายอยาก อีกประมาณคร่งชมรถถึงจะมาถึง เราเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วสำรวจสถานีที่ส่วนใหญ่ร้านค้าได้ปิดตัวลง แล้ว แต่ผู้คที่มาใช้รถไฟ แล้วมารอรถต่างๆ ยังคงเยอะอยู่ ครั้งนึ่งเคยมาแล้วนะโตเกียวไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไร ฉันกับพี่ดา นั่งบ่นถึงความเหนื่อยความเมื่อยล้า 超疲れたなああ!!!本当に。。。 ออกไปดูรถเป็นระยะระยะ やっとBUS来たんだ。ทัสบอกฉันว่ารถบัสมาแล้ว เรารีบวิ่งไปขึ้นรถขึ้นรถได้เราก็พล่อยหลับลงกันทันที สัมภาระที่มากขึ้นกับความเหนื่อยล้า และ ความทรงจำ ของโตเกียว ที่มีร่องรอยอยู่ในส่วนลึกของสมองชั้นใน

 คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อย

 

Comment

Comment:

Tweet

แท้งกิ๊วเล่นๆ เด้ว แอ๊ดเข้าไปนะ ช่วยหน่อยนะ
sad smile เพิ่งเคยเข้ามาเล่นอิอิอ มือใหม่ เด้วแอ๊ดเอ็มไปนะ

แท้งกิ๊ว ดีใจดีใจ confused smile มายเซนปาย big smile

#8 By Majyo on 2010-03-21 20:41

จะรอดูน้า--
มีไรไม่เข้าใจการใช้บล็อกตรงไหน
ถามได้นะ Majyo เล่นเอมหรือเปล่าล่ะ
จะได้สอนให้ (อธิบายอย่าง #5 คงไม่เข้าใจแฮะ TT)
ถ้าเราช่วยได้ เราก็จะช่วยนะ(สุดฝีมือไปเล้ยยย)

#7 By Bright Bright on 2010-03-21 19:22

ยังอัพรูปไม่ได้เลยไฟล์ใหญ่ อะ เด้วส่งเมล์ไปให้นะ จ๊ะ sad smile

#6 By Majyo on 2010-03-21 18:47

มีเมลๆ kiroro_bikeka@hot... นะ

เวลาลงเอนทรี่ ด้านข้างๆ ปุ่ม Publish นะ มีให้โหลด

ภาพ เวลาลงในเอนทรี่ ให้คลิกที่รูปภาพที่ได้โหลดอยู่ใน

ไฟล์ แล้วกด Send to editor นะ

(เข้าใจไหมเนี่ย เราเองก็ยังงงที่อธิบายเลย 55)

ปล. อย่าลืมลงรูปนะ---
ปล.2 เราม่ายใช่คนต่างด้าวน้า TT---

#5 By Bright Bright on 2010-03-20 18:09

Miraiiyuu chan

อัพแล้วนะ เด้วมีต่อเรื่อยๆ ช่วยติดตามด้วนนะจ๊ะ

ที่อยากดู อะภาพเหรอ ?

ขอบคุณ นะ ที่เข้ามาอ่านบ๊ลอค ดีใจ มักๆ

Majyo 14

#4 By Majyo on 2010-03-20 17:55

Bright bright รูปลงไม่ได้ อะ ขึ้น error ทำไงดี



มีเมล์ไหมเด้วส่งให้ confused smile

แท้งกิ๊วนะที่เข้ามา ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ

Majyo 14

#3 By Majyo on 2010-03-20 17:52

ฮือออ รีบอัพต่อเนะ> <
อยากดูง่าาาาาาาาT T

#2 By SaToRYU★ on 2010-03-20 14:45

ลงภาพสิ อยากดู้------

#1 By Bright Bright on 2010-03-20 14:07