ตอนที่ 5 แรกพบ

posted on 20 Mar 2010 08:05 by majyo14

ทุกวันฉันก็ใช้ชีวิต อย่างนี้ มันช่างสนุก อิสระ และ มีกฎระเบียบกะตัวเองไปพร้อมๆกันเพือไม่ให้ใครมาว่าได้ ฉันก็ต้องตั้งใจเป็นสองเท่าของที่เคยเป็น และเมื่อเวลาผ่านเลยไป จุดเปลี่ยนอย่างยิ่งใหญ่ของชีวิตของฉันก็มาถึง ฉันเริ่มที่จะต้องเข้าแผนกเพื่อเรียนงานตามที่ ได้กำหนดมาตั้งแต่ก่อนมา ตื่นเต้นๆ จะได้เจอคนอื่นที่ไม่ใช่อารจารย์ จะได้เจอะ ผู้คนที่แผนกแล้วดีใจ จะได้ฝึกภาษาด้วย วันแรกที่ฉันเข้าแผนก ก็เจอผู้หญิงญี่ปุ่นคนนึ่งเธอหน้าอวบๆ ผิวขาวเหลืองๆ รูปร่างสูง อวบๆเล็กๆ ปากออก ชมพูส้มๆ ดูรวมๆ แล้วคือ คนญี่ปุน จิงๆ นั่นเอง คนญี่ปุ่นผู้หญิงจะบุคลิกแปลกเมื่อเทียบกะคนไทย เหมือนตอนพูดจะสนใจเรื่องของเราเป็นพิเศษ มีอาการน่ารัก ติดตัวตลอด คลายๆ แอ๊บแบ๊ว เสมอ แต่ จิงๆแล้วพวกเธอไม่ได้แอ๊บ แต่เป็นนิสัยที่ปลูกฝังมาเสียมากกว่า ในดูฝังลึก ในสาวๆ แม่บ้านของญี่ปุ่นไปแล้ว วันแรกที่เข้าแผนก เธอเป็นเวร แรก ที่ต้องมาคุยกะฉัน เธอชื่อ อะโอคิ ซัง เราก็คุยกันสักพักถามนู้นถามนี่ แล้วเธอก็บอกฉันว่า อาจรย์ที่ต้องสอนงานฉันนะ มีคนเดียว ก็คือ ยามาโมโตะ ซัง เพราะว่า ถูกกำหนดอย่างนั้นมาตั้งแต่แรก ผิดกะคนอื่นที่มาฝึกงานก็ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้มาก จึงคุยเวียนกะทุกคนไปจนกลับไม่ต้องเรียนอะไรมาก แต่ฉันถูกส่งให้มา 1ปี เพื่อเรียนงานของไอ้ตาคนนี้โดยเฉพาะ จึงต้อง หยุดเรื่องเวียนคุยกะทุกคนเอาไว้ ตาคนนี้ที่ว่า เป็นคนยังไงนะ สงสัยก็เลยถามอะโอคิซัง ยามาโมโตะเป็นคนอย่างไงเหรอ แล้วคนไหน ถามปั๊บ นะ เธอ ตอบทันที เป็นคนดีมาก ใจดี เก่ง ใจดีมากๆ เลยนะ อืมม เหรอ งั้นก็โชคดีละเรา ได้อาจารย์ใจดี พลอยยิ้ม ตามอะโอคิไปเล็กๆ คนไหนละ เธอชี้ไปที่ ผู้ชายคนที่ยืนอยู่คนนั้นอะ ท่าทางไม่น่าเก่งแล้วก็ใจดีเลยสักนิด ตัวสูงประมาณ 175 น่ะ แถม ผิว คล่ำๆ ออก แทนๆ ผม สกินเฮด และท่าทงกวนตีนยังไงไม่รู้ เนี่ยนะอาจารย์ที่จะมาสอนงานชั้นประสาทจะกิน เหรอ คะ อะโอคิ พูดต่อ ยามาโมะโตะ นะเป็นคนที่เก่งมาก ทำงานได้ทุกอย่างและก็ช่วยเหลือทุกคน .... และอีกมากมายจนเกือบหลับ อืมม สงสัยจะดีจิง ๆ แต่ท่าทางกวน และก็แลวัยรุ่นขนาดนั้น จะเก่งจิงอะเหรอ                   วันนี้ก็จบไปพร้อมกับการคุยเล่นกะอะโอคิ ซัง เข้าแผนกวันแรก ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไร่ อ่านหนังสือนอนดีกว่า และแล้ววันต่อมาก็ เป็นปกติ ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องเรียนงานก็มีคนมาคุยกะฉันเวียนไปทุกวัน เนื่องจากอาจารย์สอนงานของฉันไม่ว่างจะสอน แลเค้ายุ่งมาก แต่แล้ววันที่ไอ้ตานี่ว่างก็มาถึง เขาเดินเข้ามาหยิบเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะ และนั่งในที่ที่ทุกคนนั่ง ไอ้ตานี่อะนะ ที่จะเป็นอาจารย์และถ่อยๆ ไงก็ไม่รู้ อืมเอาก็เอา ยังไงก็ต้องชวนมานคุยเหมือนที่ชวนคนอื่นมาแล้วไม่รู้กี่คน คิดว่าฝึกภาษาแล้วกัน เอา สัวสดีคะ ฉัน ... อายุ.. ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคะ แล้วคุณ ชื่ออะไร อายุเท่าไร่ แต่งงานแล้วยังมีลูกกี่คน ก็ได้รู้คร่าวๆว่า ไอ้ตานี่มี ลูก 2 คนเป็นผู้ชาย 1 ผู้หญิง 1 และแล้วเมื่อหมดคำถาม พื้นฐาน สถานะการณ์ก็ หยุดฉะงัก ทำไงดี วะ อะอะอ คำถามยอดฮิต  คิดอย่าไรกะเมืองไทย อยากไปไหม ซึ่งญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ด้วยความขี้เกรงใจ ก็จะอะ อยาก ไป สนใจ เพื่อมารยาท แม้จะสนใจหรือไม่ก็ตาม แต่แล้วทุกอย่างก็ หยุดชะงัก เมื่อไอ้ตาบ้าประสาทเสียนี่ ตอบว่า ไม่ชอบไม่อยากไป เกลียด เมือง ไทย อ้าว ไอ้เวร นี่ ++คุยกันไม่ได้แล้ว เกลียด เมืองไทยพูดมาได้ ปากเสียจิงๆ กูก็ชอบตายห่าและญี่ปุ่นทำแต่งาน วันๆ จะประสาทแดกตายซะละมั้ง  อยากจะด่าใจจะขาด แต่ต้องระงับสติ เปลี่ยนเรื่องๆ ไม่ชอบก็ เอาเป็นเรื่องงานดีกว่า วันวัน ทำงานอะไรบ้าง  ก็ยังได้รับคำตอบกวนส้นตีน ซะงั้น ไม่ได้ทำไร วันๆ มาทำงานมา เดินเล่น บ้างก็นั่งเฉยๆ ไอ้ ..... นี่ จะคุยกะ ...ง รู้เรื่องไหมเนี่ย มานั่งเฉยๆ แล้วคน อื่นเค้าว่าเก่ง นักเก่งหนา แต่ ดันบอกมานั่งเฉยๆ เอาวะแม่งบ้ามาก็บ้าตอบ ถามแม่งเรื่องอะไรก็บ้าๆ ไปเลยละ กาน มีสาระไม่ได้แล้ว เจอคนรั่ว อีก แล้ว ซวยซะอะ อีกวันนึ่ง มานก็มาใหม่ บอกมานว่าอยากไปทะเล เขียนแผนที่ให้หน่อย มานก็งงๆ บอกว่า ทะเล อะ ไกลนะขี่จักรยานไปไม่ไหวหรอก อืมม ไม่เป็นไรอยากไป จะขี่จักรยานไป เที่ยว มานก็ยิ่งย้ำว่าไกลมาก ไม่เป็นไรจะไป เขียนมาเขียนมา มานก็งงๆ อืมเขียนก็เขียน เขียนมาแบบกวนส้นตีนเหมือนเดิม ห่าจะไปถูกเหรอ แผนที่บ้าอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็บอกมานว่าขอบคุณมากเดียวไปแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดู มานก็งง ๆ  อยู่ว่าจะไปยังไง เพราะ แผนที่ ดูแล้วรู้เรื่องก็บ้า แล้ว ก็เลขอบคุณณมานกบอกขอบคุณมากๆ นะ ที่ อุสาตบอกทางให้ เหี้ยใครจะไปถูกวะ แผนที่ปัญญาอ่อน ไอ้บ้านี่สงสัยบ้าไปแล้ว อีกวานมาก็เลย ถามว่าบ้ามานอยู่ที่ไหน จะไป มานบอกว่า อยู่ ไกล ไม่ต้องมาหรอก บอกไปก็ไปไม่ถูก ก็เลย บอกมานว่าวาดมาๆ เด้วจะไปหา ว่างๆ ที่หน้าบ้านเลย รั่วใส่แม่งไปเลย มานก็วาด ใหญ่  วาดให้เรางงไปไม่ถูก อธิบายให้งง ๆ จบ แล้วปุ๊บ ก็ขอบคุณไปเลย บอกมานไปว่า ขอบคุณมาก เข้าใจทางดีแล้วเด้วจะไปหาที่บ้าน จะไปแน่ๆ นะ ยังไงบอกภรรยาด้วยว่าจะมีเพื่อนไปหา ไปแน่ๆรับรอง เล่นแม่งง ไปเลย มานก็คงงง  เขียนแผนที่ บ้าๆ ยังเข้าใจ มานก็ได้แต่ ผงกหัว แต่ตาโต หน้าเวอ ๆ งง  ไปเลย ฮ่า แตกเลย ขำหน้า มานสุดๆ โดนไป หนึ่งดอก งงไปดิ และแล้ว ที่นั่งข้างๆ ของเขาก็ว่างเนื่องจากมีคน ย้ายไปประจำที่อื่โปรแลนด์ ฉันก็เลย ได้ไปใช้คอมข้างๆ อาจารย์ ซึ่งดูแล้ว ไม่ได้ มีเวลาสอนลูกศิษย์เลยแม้แต่น้อย ขนาดขี้ตายังกังอยู่ที่ตาไม่เคยแคะ เรียกมาแต่ละทีขี้ตาเต็มตา ไม่รู้จะบอกยังไง เราก็ทำท่า ว่าตัวเราเองแคะขี้ตาตัวเอง เพื่อเค้าจะแคะบ้าง คนอะไร ไม่รู้จักดูแลตัวเองทำแต่งาน วันๆ เวลาผ่านไปแบบไร้ประโยชน์  ฉันเริ่มอยากรู้ว่าให้ฉันขึ้นแผนกมาทำไม ให้ขึ้นมานั่งเฉยๆ เล่นเน็ต อย่างเดียวรึไง

ฉันเริ่มเหลืออด ที่เสียงเวลาไปเปล่าๆ ทุกวัน มีปากเสียงกะ อาจารย์ ว่าให้ฉันกลับไปอยู่ที่ศูยน์เรียนเถอะ มันจะมีประโยคกับฉันมากกว่า ไม่อยากมานั่ง ที่เฉยๆ ไปวันๆ มันไม่ได้อะไร แล้วนี่คิดจะสอนงานบ้างไหม ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ให้กลับไปเถอะไม่มีเวลาสอนแล้วก็ให้นั่งเฉยๆ บ้าแล้วเสียเวลา เหมือนจะเข้าใจ เขาก็เลย บอก เวลาขึ้นมา จะหาเวลาว่างมาคุยนะ ฝึกภาษา สัก  1 -2 ชม เขาก็เริ่ม ชวนคุยก็คุยไปเรื่อยเปื่อยทุกวันฝึกภาษาไปด้วย เวลามีปัญหาก็มาถาม เกี่ยวกับ ภาษาญี่ปุ่นก็ถามเค้า อารัยเงี่ย ก็ดี นะ แลคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น  เหมือนเป็นเพื่อนกัน และก็เป็นอาจราย์ลูกศิษย์ไปในตัว แต่ก็กวนตีนกันตลอด กัดกันอยู่ประจำ   ด้วยความปากหมาของทั้งสองคน

Comment

Comment:

Tweet