ฉันเริ่มมีเพื่อนญี่ปุนอีกคน ชื่อ ทัส เขาแลน่าสงสารเป็น เด็ก เออ ๆเก็บกด ลึกๆ แต่ก็ดีนะได้ฝึกภาษา และพาเราไปเที่ยว ได้ด้วย ก็สนุกดีนะ แต่พี่อีก 4 คน ไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไหร่ แต่ก็นะมาญี่ปุ่นก็ต้องมีเพื่อนญี่ปุ่นบ้าง เพื่ออะไร หลายๆ อย่าง ฉันก็เลยคุยกะ ทัสบ่อยๆ ที่สำคัญที่สุด จะได้ ให้พาเที่ยว เพราะทางบริษัทจะไม่ให้ไปนอกเขตเด็ดขาดถ้าไม่มีคนญี่ปุ่นพาไป และแล้วการวางแผนไป โตเกียว ก็มาถึง อยากไปมานานแล้ว เมืองหลวงอันโอ่อา ของญี่ปุ่นอยากไป ดิสนิแลนด์ อยากไป ฮาราจุกุ อิอิอิอ ได้ไปแล้ว เราเริ่มวาดแผนการณืการไปเที่ยวครั้งนี้โดยให้ทัส เพื่อนญี่ปุ่นที่ ไม่ค่อยฉลาด ติดโง่ๆ เออๆ อาการแบบ เด็กเก็บกด เรียนๆ โรคจิตเล็ก แล้วก็ชวนพี่ดาไปด้วย แล้วก็ เขียนรายงานที่ศูยน์ แล้วก็ได้รับอนุมัติ ฉันก็เอา สายการเดินทาง แล้วก็รายละเอียดต่างๆ ไปให้ ยามาโมโตะ อาจารย์ รั่วๆ ของฉันดู แล้วก็ปรึกษา นิดๆหน่อย ๆ ซึ่งทุกวันเค้ากก็เริ่มสอนงานฉันบ้างแล้ว และก็สอนเสร็จ ก็จะให้เขียนอธิบาย งานให้เค้า ตรวจ เป็นประจำ และเราก็คุยกันมากขึ้น นะ เหมือนว่า ค่อยๆ จะ ญาติดีขึ้น แต่หลายครั้งที่ฉันโดนจับผิดเหมือนอยู่ข้างๆคนหัวโบราณ ทึนทึก ไงอย่างงั้น เวลาทำงาน ฉันชอบนั่งสั่นขา แล้ว ไอ้ตาอาจารย์บ้านี่ก็ชอบหาว่าฉันเป็นเด็กเหลือขอบ้างละ ไม่มีมารยาทบ้างละ แค่นั่งสั่นขาเนี่ยนะ  เล่นเสียรมณ์ ทุกที ที่ตัวเองขี้ตาเต็มตา แค่ขี้ตายังไม่มีเวลาแคะ แล้วมาว่าเราโฮ้ย และคร่าวนี้ เมื่อเอาเรื่องไปเที่ยวไปปรึกษา นะ คิดอันดับแรกเลยนึกว่าจะให้sensei (Yamamoto) มานพาไปช่ายไหม คนไทยชอบให้พาไปเที่ยว แต่ผิดละ ผมไม่พาไปหรอก ไม่ได้ให้แกพาไปฉันแค่อยากปรึกษา เห็นเป็นเจ้าของประเทศก็เท่านั้น สำคัญตัวผิดไปแล้วท่าทีหยิ่งยะโส โอหัง ของ คุณอาจารย์ ยิ่งดูยิ่งเสียอารมณ์ ไม่ช่วยอย่าทำลาย (แผนการ ตะลุยโตเกียว ของฉันนะ อุอุอุอ) โธ่เอ่ย

แต่บ่อยครั้งก็อดไม่ได้ ที่จะระบายเรื่องริว ให้ sensei ฟัง คิวไม่ค่อยโทมา บ้างไม่ค่อยสนใจ แล้วอยู่ครั้งนึ่งทะเลาะกัน เหมือน เลิกกาน ฉันก็เลย บอกว่า เลิกกัน ไป แล้ววานไหน ทะเลาะกัน ก็ได้ ตานี่เป็นถังขยะอยู่เรื่อย  แนก็บ่นสัพเพเหระไปวันๆ         และชีวิต ก็ยังเหมือนเดิม ชีวิตต่างถิ่น ต่างบรรยากาศ ช่างไม่จำเจ ฉันมีความสุขกับการดำเนินชีวิต ที่ไม่มีใครควบคุม แค่ทำหน้าที่ที่ได้รับให้ดีก็พอ ทุกวันฉันตื่นขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงนาฬิกาปลุก ใส่เสื้อคลุม แปรงฟัน ล้างหน้า แต่งตัว พาง ฟังเพลงโปรด แต่งหน้าบางๆ หร้อมหยิบกระเป๋าหนังสือ เดิน อย่างอารมณ์ดี ไปโรงอาหาร จัด การกับอาหาร จิบกาแฟ พร้อม กับ ซัดบุหรี่ ขณะที่เพื่อนๆทุกคนเร่งรีบที่จะรีบไป ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันใจเย็นนัก ฉันนั่งมองบรรยากาศรอบกายอย่างคุ้นเคย ไม่รู้เมื่อไรเหมือนกัน ที่ฉันได้ตกหลุมรัก หอพักแห่งนี้เข้าให้แล้ว หอพักเก่าเล็กๆ มีแปรงผัก ร้างๆ  ห้องแคบๆ ยิ่งกว่าที่นอนแมวดิ้น ห้องน้ำรวม เหลือๆ น้ำร้อนแทบลวก ห้องอาหาร เน่าๆ สีกังๆ หม้อข้าวใบยักษ์ ข้าวที่กินแล้วน้ำหนัก ขึ้น 5โล ภายใน 2อาทิตย์ ฮีทเตอร์ แสนอุ่น การใช้เวลาอย่างๆ ช้าๆ และ ผ่อนคลาย และการคร่ำเคร่งกับการเรียน  ฉันหลงรักสิ่งเหล่านี้อย่างจัง                   ฉันพยยามเรียนหนังสือ เพื่อให้ผู้ใหญ่ที่ส่งไปไม่ผิดหวัง และไม่ให้ใครว่าได้ แต่ก็ไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า 1ปี นี้ ฉันจะสบายอย่างนี้ตลอด เพียงแต่ ฉันยังไม่รู้ตัวเท่านั้น การเรียนระดับ 3 มานยังเป็นระดับเด็กๆ เท่านั้น จึงทำให้ฉันชะลาใจมาตลอด แต่อีกไม่นานหรอก ฉันจะรู้ว่าต้องเจออะไร                                   

Comment

Comment:

Tweet