เคยได้อะไรที่ตัวเองต้องการไหมจริงๆ ไหม ได้แล้วมีความสุขหรือเปล่า ได้เจอคนที่เรารัก แล้วต้องห่างกันมันทรมานไหม คุณจะคิดเช่นไรหากคุณจะได้เจอคนรักที่อยู่ห่างไกล เพียงในเวลาที่กำหนดแล้วจะต้องกลับไปอยู่ไกลแสนไกลข้ามน้ำข้ามทะเล จะเลือกที่จะเจอเค้าและมีความสุขที่จะได้อยู่กับเขา และเมื่อเขากลับไปก็มานั่งเศร้าและใช้ชีวิตคนเดียว เพื่อจะรอการมาของเขาอีกครั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร หากเป็นคุณคุณจะเลือกที่จะรักที่จะรอคนที่คุณรัก อย่างนี้ตลอดไป หรือ จ เลือกที่จะทิ้งมันไปเลยด้วยการเสียใจหนักๆ เพียงครั้งเดียว

แล้วดำเนินชีวิตไป เรื่อยๆ ด้วยตัวคุณเอง

ใครมีคำตอบ คำแนะนำที่ดีๆบ้างไหม

เศร้าจัง 

 

อยากรู้ประสบการณ์ล่ามภาษา ญี่ปุ่นว่า ปกติ เรียกเงินเดือนงานประจำเท่าไร

งานฟรีแลนซ์วันละเท่าไหร่

ชาวยแนะนำหน่อยสิจ๊ะ

หลังที่สอบระดับสามไปอย่างสบายใจโดยที่ยังไม่รู้ผลสอบ แต่อย่างไรก็ตามฉันก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว และความสามารถที่ว่าเต็มที่ก็ต้องพงักลง เมื่อเริ่มต้นเรียนระดับสอง ฉันมีเวลาที่เหลืออีก ห้า เดือนเท่านั้นในการเรียนต่อระดับสอง อาจารย์พ่อ เริ่มสอนฉันเกี่ยวกับไวยากรณ์ใหม่ ระดับ 中級 กลาง เพื่อที่ให้ฉันได้เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมของญี่ปุ่น เรื่องราวในแต่ละบททำให้ฉันเข้าใจความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้นการจะสอบผ่านระดับ สองได้จะต้องมีความเข้าเป็นญี่ปุ่นถึงจะผ่านได้ ฉันตกใจมากที่เริ่มเรียนไวยากรณ์ที่ต่างจากระดับสามโดยสิ้นเชิง ทำไมถึงไม่รู้เรื่องเลย ไม่เข้าใจเลย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านไปได้ภายในห้าเดือน ฉันปวดหัวมากกับไวยากรณ์ ที่สับสนเหล่านี้ คำคำเดียวสามารถแยกประเภทการใช้ได้หลายวิธี อะไรเนี่ยจะจำได้ไงเล่า ขนาดนี้ ทำอย่างไงดี คิดจนปวดหัว ฉันเริ่มเรียนผ่านไป สามอาทิตย์ ผ่านไปโดยที่ไม่เข้าใจ 全然りかいできない~~~ ฉันเรียนๆ งง ไป อย่างนี้ไม่ได้!!!!

ฉันเริ่มเครียดลงกระเพาะ เรอ ทั้งวัน เอิ๊ก ๆๆๆ เรอ ไม่ธรรมดา เรอ ทั้งวันขนาดตอนนอน ยังนอนไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตามฉันก็ไม่ได้คิดที่จะเรียนอย่างเดียว อุสาห์ได้มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องไปเที่ยว ซะหน่อย อิอิอิ ฉันว่างแผนไป โอซากา  ยูนิเวลด์แซล  กะ ไอ้คุณทัสอีกครั้งแต่ ที่ไปกับคุณทัสไม่ได้หมายความว่า อยากไปด้วยหรอกนะ กฎของบริษัท ห้ามออกไปนอกจังหวัดโดยลำพังฉันเลยต้องลากไอ้คุณทัสไปด้วย สนุกมากกกกก แต่พอกลับมาที่บริษัท ก็ต้องมาเจอการเรียนนิคิวอีก ฉันจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ฉันคิดวิธเรียน การอ่านไวยากรณือย่างเดียวไม่มีทางพอ ฉันเอาหนังสือไวยากรณ์ ที่ให้เพื่อนส่งมาจากเมืองไทย จดทุกคำพู ทุกคำบรรยาย อ่านหนึ่งรอบ คัดหนึ่งรอบจนหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันจำมันได้หมด ไม่มีทางจำได้หมดภายใน ห้าเดือนแน่ๆ ฉันนอนดึกทุกวัน วันเสาร์อทิตย์ ไม่นอนเลย นอนตอนวันอาทิตย์ ตอนเที่ยงจนถึงเช้าวันจันทร์ไปเลย หลายครั้งที่เพื่อนงงว่าฉันไปไหน มานนอนขนาดนี้เลยเหรอ แต่จริงๆ แล้วเพราะฉันไม่ได้นอนเลยต่างหาก ฉันทุ่มเทอย่างหนักไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต่อฉันต้องผิดหวัง ฉันทุ่มเทมากมากเกินกว่าร่างกายของฉันจะรับไหว ร่างกายที่ปฏิเสธการพยายามของฉัน ทำให้กระเพาะของฉันผลิตแก๊ซ และทำให้ฉันเรอไม่หยุด แม้กระทั่งเวลาที่เข้าแผนกก็ตาม ยามาซัง คงสักเกตุฉันอยู่ว่าลูกศิษย์เป็นอะไรทำไมเรอทั้งวัน วันๆไม่พูด เอาแต่อ่านหนังสือ เรียนหนังสือตลอด นี่มานอะไรกานนี่ เด็กเอาแต่พูดกวนบาทาทั้งวัน กลายเป็นเด็เรียนขนาดนี้ วันวันเอาแต่อ่านไวยากรณ์ คัดคันจิ ทำข้อสอบทั้งวัน กลับมาที่ หอพักก้มาทำกับข้าว ที่ทำไว้กินประมาณ หนึ่งอาทิตย์ ให้ทัสกินด้วยฉันกินข้าวกับไอ้บ้าทัส สองคน วันธรรมดา ฉันจะทำกับข้าว ทำครั้งเดียวเอาไว้กิน หนึ่งอาทิตย์ อาหารส่วนใหญ่จะเป้นไข่ต้ม และต้มจับฉายที่เก็บไว้ได้นาน อากาศหนาวทำให้อาหารเก็บได้นานขึ้น วันไหน ทำต้มยำละก้อทัสจะดีใจมาก ฝีมือทำอาหารของฉันห่วยมาก แต่ทัสก็กินได้ กินเข้าไปจน เป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ฮ่า แต่ไอ้คุณทัสก้ยังกินต่อไป ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ ทัสจะทำให้ฉันกิน อาหารที่ทัสทำจะดูดีมาก พิถีพิถัน สุดๆ ต่างกับฉันมาก

ชีวิตของฉันไม่มีอะไรเลยในสมองตอนนี้นอกจากเรียน เรียน เรียน จากผลที่ลองทำข้อสอบดู ยังได้ไม่ถึง ห้าสิบเปอร์เซ็นเลย เซ็งมากชีวิตช่วงนั้น เอาแต่เรียนๆ ไม่หลับไม่นอน หมกตัวอยู่ในห้องแคบๆ อ่านหนังสือทั้งวัน จนใกล้จะบ้าอยู่แล้วทำไมทำไม่ได้สักที ทำไมไม่เข้าใจ สักที ฉันต้องพยายามเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร ถึงจะผ่านตรงนี้ไปได้ และแล้ววันเลวร้ายในชีวิติก็มาถึง อาจารย์กลัวว่าอาการของฉันจะหนักไปกว่านี้ส่งฉันไปโรงพยาบาล น้ามู พาฉันมาที่ดรงบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจหัวใจ ตรวจการทำงานของปอด ที่โรงพยาบาลของญี่ปุ่นระเอียดกว่าที่เมืองไทยเป้นล้านเท่าเลยก็ว่าได้ จุดตรวจสุดท้าย อาจารย์ไม่เข้าไปด้วย ฉันเข้าไป นั่งซักพัก พยาบาล สาวเดินมาบอกฉันว่าให้อม ยาน้ำนี้ไว้ ห้ามกลืนเด้วจะมาให้บ้วนออก อืม ฉันไม่ได้คิดอะไร อมยาน้ำนั้นไว้ ซักพัก เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที ปากของฉันเกิดอาการแปลกๆ ชาๆ ไม่สามารถเก้บยาน้ำนั้นไว้ในปากได้ พูดก้ไม่ได้ ได้แต่ แบอล แบ๊ลบ ให้กุอมอะไรเข้าไปวะนี่ ซักพัก หมอมาบอกให้ฉันขึ้นเตียง หน้าเตียงมีทีวีเล็กๆ อันหนึ่ง ฉันโดนจับขึงไม่ด้วยพยาบาล สี่คน จับขาแขนทั้งสี่ข้าง แล้วหมดก็เอา กล้อง ออกมา กล้องที่ว่าเล็ก หมอ บอกฉันว่าไม่ต้องกลัวกล้องเล็กนิดเดียว จะทำบ้าอะไรกันนี่ เข้าบอกว่สจะเข้าไปเช็คในกระเพาะ มห้ฉันอดทน อะไรกานเนี่ยยยยยยยยยย นี่แค่เรอทำไมต้องทำกันขนาดนี้ คนที่นี่บ้ารึเปล่า หมอพยายาม เอากล้องที่ว่าเล็ก นั่น (ขนาดเท่านิ้วโป้ง) ยัดเข้าไปทางปากของฉันผ่านไปยังลำคอ ยัดลงไปในกระเพาะ เขาชี้ให้ฉันดูกระเพาะของตัวเอง อธิบายส่วนต่างๆ จะบ้ารึไง ใครจะไป อยากฟังช่วยเอาไอ้กล้องบ้านี่ออกไปจากท้องของฉันให้ไว ไว เลย ประสาทจะกิน ฉันเดินออกจาก ห้องนั้น ออกมาด้วยท่าที อิดโรยจะล้มแล ไม่ล้มแหล งง มึนๆ น้ามูขำฉันเล็กๆประสาท แดกกันหมดรึไง กะ ไอ้แค่เรอ นี่นะ ทำให้ฉัน ต้องโดนอะไรขนาดนี้ บ้าไปแล้วววววววววววววว